หนุ่มจังหวัดเลย เสียท่าถูกแม่หม้ายสาวชาวลาวหลอกวิวาห์  ก่อนหอบสินสอดหนี 

หนุ่มจังหวัดเลย เสียท่าถูกแม่หม้ายสาวชาวลาวหลอกวิวาห์  ก่อนหอบสินสอดหนี 

     แม่หม้ายสาวชาวลาวหลอก  เป็นเรื่องราวของชายชาวจังหวัดเลยคนหนึ่งอายุเพียงแค่ 29 ปีเท่านั้นได้ถูกหลอกให้แต่งงาน  ก่อนจะถูกภรรยาหมาดๆหอบเงินสินสอดทองหมั้นหลบหนี ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากพิธีแต่งงานเสร็จสิ้น 

โดยชายหนุ่มรายนี้มีชื่อว่านายสิทธิชัย ได้เข้าแจ้งความ ที่สถานีตำรวจ สภ. ท่าลี่ จังหวัดเลย  เนื่องจากถูกภรรยาสาวชาวลาวหลอกให้แต่งงานและขโมยทรัพย์สินไป

       สำหรับเรื่องราวของนายสิทธิชัยนั้นเกิดขึ้นเมื่อนายสิทธิชัยรู้จักกับภรรยาของตนเองเพียงแค่ 10 วันเท่านั้นก็ตัดสินใจที่จะแต่งงานกันโดยทั้งคู่รู้จักกันผ่านทางที่ภรรยาชาวลาวได้เดินทางมางานแต่งงานแม่ของเธอซึ่งได้เข้าพิธีแต่งงานกับคนในหมู่บ้านที่นายสิทธิชัยอาศัยอยู่

  อย่างไรก็ตามนายสิทธิชัยแต่งงาน เนื่องจากว่าคนในครอบครัว ขยั้นขะยอให้แต่งเพราะเห็นว่าอายุเยอะแล้วถึงเวลาที่จะต้องมีครอบครัวได้แล้ว  ดังนั้นนายสิทธิชัยและอดีตภรรยาชื่อว่านางสี จึงได้ตัดสินใจคบหากันและนางศรีก็รบเร้าให้รีบแต่งงานหลังจากที่คุยกันเพียงแค่ 10 วันเท่านั้น 

          สำหรับพิธีแต่งงานนั้นจัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2565 โดยมีการมอบเงินสินสอดให้ 25,009  บาทและทองคำอีก 1 บาท  อย่างไรก็ตามหลังจากแต่งงานเสร็จสิ้นในคืนเข้าหอปรากฏว่านางสีซึ่งเป็นแม่ม่ายลูกติดได้นำลูกชายมานอนด้วยและไม่ยอมให้ฝ่ายชายมีเพศสัมพันธ์ด้วยโดยอ้างว่าจะไปทำธุระที่ต่างจังหวัดต้องตื่นแต่เช้า  

         อย่างไรก็ตามในวันรุ่งขึ้นหลังจากแต่งงานกันรังสีได้แจ้งกับนายสิทธิชัยว่าจะพาแม่และลูกชายไปทำธุระที่จังหวัดนครพนมโดยจะใช้ระยะเวลาในการทำธุระประมาณ 2-3 วันหลังจากนั้นถึงจะกลับมา  แต่หลังจากที่นางศรีเดินทางออกจากจังหวัดเลยไปแล้ว นายสิทธิชัยก็ไม่สามารถติดต่อนางศรีได้อีกเลยนอกจากนี้เมื่อดูสินสอดทองหมั้นก็พบว่านางสีได้นำติดตัวไปด้วย 

        อย่างไรก็ตามนายสิทธิชัยได้ทราบมาว่าแม่ของนางศรีที่เพิ่งแต่งงานกับคนในหมู่บ้านก็ได้หอบเงินสินสอดทองหมั้นหายออกจากบ้านหลังดังกล่าวและสามีของแม่ของนางศรีก็ติดต่อแม่ของนางสีไม่ได้เช่นเดียวกันทำให้นายสิทธิชัย   กริลแอร์    เชื่อว่านางสีและแม่ได้มาหลอกให้แต่งงานและหอบเงินสินสอดหนีข้ามไปอยู่ฝั่งประเทศลาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  จึงได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีเอาเรื่องให้ถึงที่สุด 

          อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้มีการติดต่อไปที่นางศรีและยังสามารถติดต่อได้ด้วยหนังสือยืนยันว่ายังอยู่ที่จังหวัดนครพนมเงินค่าสินสอดนั้นได้มีการใช้ไปหมดแล้วเหลือติดตัวเพียงแค่ 4000 บาทเท่านั้นซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการส่งหมายเรียกให้นางสีและแม่ มารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจและถ้าหากไม่มาก็จะมีการออกหมายจับต่อไป

Comments are closed.